หน้าแรก | กิตติกรรมประกาศ | วัตถุประสงค์ | บทคัดย่อ | ขั้นรวบรวมข้อมูล | ที่มาและความสำคัญ | อัตชีวประวัติสุนทรภู่ | ผลการศึกษา | สรุปผลการศึกษา | ทีมงาน
 
 
 
 
     
โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน ๆ
เขาบวกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม   เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน
ปักษาโบยปีกลงดินเดิน   มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา
     

 
 
 
     
ปางบูรำคำบูราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสนฑ์
     

ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง
ภาพนี้คือ เกาะใหญ่ ส่วนฝั่งตรงข้ามคือ ราชคาม
ทางแยกที่ปรากฏเรือกำลังแล่นคือ สีกุก
จากตอนนี้แสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่เป็นคนช่างสังเกตและช่างเปรียบเทียบซึ่งท่านเห็นทางน้ำแยก เป็นสองแควท่านจึงผูกถ้อยคำเป็นสำนวนภาษิตเตือนใจว่า
 
“โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ   มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า
ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่ฤาคนจะมิน่าเป็นสองใจ”
     
นอกจากนี้สุนทรภู่ยังเป็นคนที่รักธรรมชาติเมื่อถึงสีกุกได้กล่าวชมนก ชมปลา ได้อย่างเห็นภาพพจน์ อริยาบถของนกยางดังนี้
 
“ปักษาโบยปีกลงดินเดิน   มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา
นกยางเลียบเหยียบปลานักขาหยิบ เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา
กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา   โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยไปถึงไหนไป
หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก   ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยให้”
     
สุนทรภู่เป็นนักเดินทางท่านบันทึกเส้นทางในการเดินทางได้อย่างละเอียดและถูกต้องโดยเฉพาะที่บางไทร
คำว่าราชครามเกาะใหญ่ ถ้าโดยทั่วไปจะนึกว่าราชครามเป็นเกาะใหญ่แต่ไม่ใช่เพราะข้อมูลที่ค้นพบพอสรุปได้ว่า
บางไทรมีลำน้ำสามแยกฝั่งตรงข้ามราชครามจะเรียกว่า เกาะใหญ่ ซึ่งมีเจดีย์เก่า ๆ อยู่ เกาะทางซ้ายมือมีวัดชื่อวัดสนามชัย ทางแยกเข้าไปคือสีกุกทั้ง 3 สถานที่ ปัจจุบันอยู่ ตำบลราชคราม อำเภอบางไทร จังหวัดอยุธยา
เกาะใหญ่
ราชคราม
สีกุก