หน้าแรก | กิตติกรรมประกาศ | วัตถุประสงค์ | บทคัดย่อ | ขั้นรวบรวมข้อมูล | ที่มาและความสำคัญ | อัตชีวประวัติสุนทรภู่ | ผลการศึกษา | สรุปผลการศึกษา | ทีมงาน
 
 
 
 
     
บ่ายประมาณโมงครึ่งก็ถึงวัด ออกแออัดผู้คนอยู่ล้นหลาม
ลงหยุดปลงไอยราริมอารามี่ สมภารตามเชิญเสด็จให้คลาไคล ...

 
ไฟตะเกียงเรียงรอบพระมณฑป   กระจ่างจบจันทร์แจ่มแอร่มผา
ดอกไม้พุ่มจุดงามอร่ามตา จับศิลาแลเลื่อมเป็นหลายราย ...
   

 
 
เขาบรรพต ปรากฏภาพวัดพระพุทธบาทโดยรอบ


วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
เป็นแผ่นดินที่สั่งสมมรดกทางพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย วัดพระพุทธบาทเป็นอารามหลวงชั้นเอกชนิดพิเศษ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ปี พ.ศ.2167 สมเด็จพระเจ้า-ทรงธรรมโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดขึ้นไว้ นับถึงปัจจุบัน (พ.ศ.2546) รวมเวลาได้ 379ปี สืบเนื่องที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรรอยพระพุทธบาทประดิษฐาน ณ.ที่นั้นมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสยิ่ง โปรดเกล้า ฯ ให้ช่างก่อเรือนคฤหหลังน้อยสวมรอยพระพุทธบาทไว้เป็นการชั่วคราวก่อน หลังจากได้เสด็จกลับราชธานีกรุงศรีอยุธยาจึงเริ่มงานสถาปนายกสถานที่รอยพระพุทธบาทขึ้นเป็นพระมหาเจดีย์สถาน และโปรดให้สร้างพระมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทพร้อมกับโปรดเกล้าฯให้เจ้าพนักงานสร้างพระอารามสำหรับพระภิกษุสามเณรเพื่ออยู่อาศัยประจำ เพื่อการดูแลรักษา และบำเพ็ญสมณธรรมสืบไป วัดพระพุทธบาทมีเนื้อที่จำนวน 6,268 ไร่ 24 ตารางวา มีกำแพงและภูเขากั้นเป็นเขตพระอาราม ทิศเหนือจดกำแพงเก่า ทิศใต้จดกำแพงและเขาโพธิ์ลังกา ทิศตะวันตกจดกำแพงพระราชวังโบราณท้ายพิกุล
มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท รูปร่างคล้ายบุษบก
จากสระยอสุนทรภู่เดินทางถึงวัดพระพุทธบาทประมาณบ่ายโมงครึ่งขณะนั้นที่วัดมีคนมาทำบุญอย่างมากมาย พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ขึ้นกุฏิพักผ่อน แต่สุนทรภู่ไปชมบรรยากาศภายในวัด ซึ่งสุนทรภู่พรรณนาถึงความงดงามจนเวลามืด สุนทรภู่มีความรู้สึกว่า
 
     
ทั้งต้องน้ำอมฤตเมื่อศึกเงียบ แสนยะเยียบเยือกเย็นเป็นเหน็บหนาว
ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราวี่ ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น

 
โอ้หนาวอื่นพอขึ้นอารมณ์ได้   แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ
ทั้งหนาวนอนใกล้นุชสุดจะเย็น ใครปะเป็นเหมือนหนึ่งข้าจะว่าจริง
   
สุนทรภู่ใช้คำว่า “หนาว” แสดงภาพพจน์สื่ออารมณ์รัก เหงาและการพลัดพรากจากคนรักอย่างชัดเจนมาก
พระพุทธบาทปัจจุบันร่มรื่นเหมือนดังเช่นที่สุนทรภู่กล่าวไว้มีต้นไม้หลากหลายชนิด
ทั้งต้นโพธิ์ พิกุล ไทร กัลปพฤกษ์ โมกราชินี หมาก และพันธุ์ไม้ อื่นอีกมากมาย
ในเวลาเช้าสุนทรภู่ไปนมัสการพระพุทธบาท บรรยายทัศนียภาพรอบ ๆ บริเวณพระพุทธบาทว่า
 
มีร่มโพธิ์ที่รุกขังเป็นรังรื่น   พิกุลขึ้นช่อบังสุริยฉาย
แสนรโหโอฬารน่าสบาย   ทั้งหญิงชายกลาดกลุ้มประชุมกัน
ทวาราที่ตรงหน้าบันไดนาค   มีรูปรากษสสองอสูรขยัน
ปสยะโอษฐ์ปากอ้าสองตามัน   ยืนยิงฟันแยกเขี้ยวอยู่อย่างเป็น
บันไดนาคนาคในบันไดนั้น   ดูผกผันเพียงจะเลื้อยออกโลดเล่น
ขย้ำเขี้ยวขบปากเหมือนนาคเป็น   ตาเขม้นมองมุ่งสะดุ้งกาย
มีต้นกัลปพฤกษ์ทานในลานวัด   ลูกหมากยัดเงินทิ้งอุทิศถวาย
คนประชุมกลุ้มจริงทั้งหญิงชาย   บ้างกอกทรายเบี้ยโปรยอยู่โกรยกราว
ทิศประจมริมฐานมณฑปนั้น   มีดาบสรูปบั้นยิงฟันขาว
บุ่งหนังพยัคฆราชฎายาว   ครั่งเคราคราวหนวดแซมสองแก้มคาง
ขั้นบันไดจะขึ้นไปมณฑปนั้น   สิงโตตันสองตัวกระหนาบข้าง
บริเวณประตูด้านหน้าทางเข้าพระพุทธบาทมียักษ์ 2 ตนเฝ้าประตูเข้าลานพระพุทธบาท
ยักษ์สองตนหน้าตาจะไม่เหมือนกันและเป็นยักษ์ที่สร้างซ่อมขึ้นมาใหม่ตามรูปเดิมที่มีมา
 
ปสยะโอษฐ์ปากอ้าสองตามัน   ยืนยิงฟันแยกเขี้ยวอยู่อย่างเป็น