Big Data – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ Mon, 03 Mar 2025 09:55:14 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 https://www.nectec.or.th/wp-content/uploads/2022/06/cropped-favicon-nectec-32x32.png Big Data – NECTEC : National Electronics and Computer Technology Center https://www.nectec.or.th 32 32 ทีม SAI เนคเทค เป็นวิทยากรให้ความรู้ด้าน Big Data & AI ในสัมมนากองทัพอากาศ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/sai-airforec.html Tue, 21 Mar 2023 04:44:04 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=32368

20 มีนาคม 2566 ณ หอสมุดกองทัพอากาศ : ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) เนคเทค โดย ดร.สุทธิพงศ์ ธัชยพงษ์ (หัวหน้าทีมวิจัย) ดร.ณัฐพงษ์ แสงเลิศศิลปชัย (นักวิจัย) และคุณปรเมษฐ์ ธันวานนท์ (ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส) เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในงาน “สัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเป็นกองทัพอากาศดิจิทัล” ให้แก่ข้าราชการที่ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอ. จำนวน 60 คน (ชั้นยศ เรืออากาศตรี – นาวาอากาศเอก) และนายทหารที่กำลังศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 20 คน โดย พล.อ.ท.วิเชียร  เรืองพระยา เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทหารอากาศ กล่าวเปิดการสัมมนา

ทีม SAI บรรยายในหัวข้อ “พลังแห่งเทคโนโลยีข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & AI) สู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศและการพัฒนาที่ยั่งยืน” แบ่งเป็น 3 เรื่องย่อย ดังนี้

  • ดร.สุทธิพงศ์ บรรยายเรื่อง ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP) ได้อธิบายถึงที่มาของโครงการและความร่วมมือกับสภาพัฒน์ การออกแบบระบบและวิธีการทำงาน การวางโครงสร้างของระบบ การสื่อสารเรื่องนิยามตามหลักความยากจนหลายมิติและที่มาของข้อมูลตั้งต้น การนำระบบไปใช้งานจริงซึ่งหน่วยงานรัฐในพื้นที่สามารถแบ่งปันข้อมูลปัญหาและการช่วยเหลือลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน รวมถึงได้ให้ข้อคิดในการนำข้อมูลและเทคโนโลยีไปใช้งาน
  • ดร.ณัฐพงษ์ บรรยายเรื่อง ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-Logbook) โดยแนะนำภาพรวมของระบบและการใช้งาน ส่วนประกอบหลักในระบบ การวิเคราะห์ข้อมูลและการใช้ประโยชน์ข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน
  • คุณปรเมษฐ์ บรรยาย ระบบขึ้นทะเบียน SME เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐและการเชื่อมโยงข้อมูล (SME-GP) โดยแสดงภาพรวมของระบบ แนวคิดในการวางโครงสร้าง การออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบ การจัดเก็บ-เชื่อมโยงข้อมูล พร้อมยกตัวอย่างการนำ Big data และ AI เสริมประประสิทธิภาพการทำงานในระบบ ได้แก่ ระบบตรวจสอบภาพไม่เหมาะสม : NSFW (Not save for work) Image Classification ระบบการแนะนํารหัสสินค้าและ บริการ (UNSPSC Suggestion) และ ระบบการค้นหาสินค้า บริการและ สถานประกอบการ (Shopping Search Engine) นอกจากนี้ยังแนะนำ “AI for Thail” แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทย ให้แก่ผู้เข้าอบรมอีกด้วย

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของกองทัพอากาศ โดยกรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทหารอากาศมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริม ผลักดันและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการยกระดับคุณภาพไปสู่กองทัพอากาศในระดับชั้นนำ

]]>
เนคเทค สวทช. ร่วมกับ สสว. จัดอบรมระบบขึ้นทะเบียน Thai SME-GP เบื้องต้นสำหรับเจ้าหน้าที่ https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/thaisme-gp.html Sat, 21 May 2022 15:59:39 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=26370

เนคเทค สวทช. โดย ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดการอบรมระบบขึ้นทะเบียน Thai SME-GP เบื้องต้น สำหรับเจ้าหน้าที่ สสว.ส่วนกลาง ฝสร. ฝสส. และเจ้าหน้าที่ศูนย์ OSS ทั่วประเทศ ในรูปแบบออนไลน์เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 

ในโอกาสนี้ คุณวรพจน์ ประสานพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SMEs สสว. ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและเปิดการอบรม

จากนั้นเป็นการบรรยาย

  • หัวข้อ “ภาพรวมระบบขึ้นทะเบียน SME เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและการเชื่อมโยงข้อมูล”
    โดย ดร.สุทธิพงศ์ ธัชยพงษ์
    หัวหน้าทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) เนคเทค สวทช.
  • หัวข้อ “การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SME บนระบบ Thai SME-GP”
    โดย คุณปรเมษฐ์ ธันวานนท์
    ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) เนคเทค สวทช.
  • และหัวข้อ “การต่ออายุหนังสือรับรองผู้ประกอบการ SME บนระบบ Thai SME-GP”
    โดย คุณปรเมษฐ์ ธันวานนท์
    ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) เนคเทค สวทช.

ระบบ THAI SME-GP จัดทำขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ภายใต้มาตรการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) เนคเทค สวทช. เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาฐานข้อมูล MSME และระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับ MSME ให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สามารถวิเคราะห์ประมวลผล และการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ สำหรับใช้ประโยชน์ในการวางแผนและกำหนดมาตรการในการส่งเสริม MSME สร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้แก่ MSME ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนมาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับ MSME และหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทั้งนี้ยังเป็นการประยุกต์ใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบขึ้นทะเบียน SME เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอีกด้วย

ดูรายละเอียดและใช้งานระบบ THAI SME-GP ได้ที่
https://www.thaismegp.com

]]>
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ เนคเทค สวทช. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาความรู้ทางวิชาการ เสริมแกร่งด้านการพิสูจน์หลักฐานและวินิจฉัยคดี https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/2022mou-cifs-nectec.html Thu, 20 Jan 2022 05:07:35 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=24229

วันที่ 20 มกราคม 2565 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค สวทช. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์ร่วมกัน ทั้งในด้านการพัฒนาความรู้ทางวิชาการ งานด้านฐานข้อมูลด้านอัตลักษณ์บุคคลและการตรวจเปรียบเทียบ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการพิสูจน์หลักฐานเพื่อสร้างความยุติธรรมในการวินิจฉัยคดี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรทางด้านดิจิทัล (Digital transformation)

โดย พันตำรวจเอก ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ เนคเทค สวทช. ได้ร่วมดำเนินการวิจัยด้านนิติวิทยาศาสตร์ อาทิ การวิเคราะห์อัตลักษณ์ของหมึกปากกา การจัดทำระบบวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูลความมั่นคง รวมถึงการพัฒนาวิธีตรวจหาสารระเบิดปริมาณน้อยที่อาจตรวจพบได้จากผู้ต้องสงสัยหรือวัตถุที่สัมผัส ซึ่งพบว่าเทคนิคที่ทาง เนคเทค สวทช. พัฒนาขึ้น สามารถตรวจวัดสารระเบิดได้ โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยร่วมกันในการตรวจสอบความใช้ได้ของวิธี (Method validation) ตามแนวทางมาตรฐานสากล รวมถึงการทดสอบเปรียบเทียบกับวิธีที่มีใช้ในงานตรวจพิสูจน์เพื่อศึกษาขอบเขตของการนำไปใช้กับตัวอย่างในคดี สถาบันนิติวิทยาศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนี้ จะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์ในด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า เนคเทค สวทช. ได้นำองค์ความรู้ ผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีการวิเคราะห์เชื่อมโยงฐานข้อมูลสู่ Data platform ด้านอัตลักษณ์บุคคล เทคโนโลยีรู้จำวัตถุ (Object Recognition) นำร่องการรู้จำรอยสัก เพื่อประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือติดตามบุคคลสูญหาย เทคโนโลยีชิปขยายสัญญาณรามาน (NECTEC SERS Chips) เพื่อใช้ตรวจวิเคราะห์อัตลักษณ์สารเสพติดและสารระเบิด และเทคโนโลยี ลูนาร์ (LUNAR) ระบบสร้างแผนที่ 3 มิติ แบบ Real-time ภายในอาคารด้วยเทคโนโลยี LiDAR + Ultra-wideband (UWB) เพื่อประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือตรวจสถานที่เกิดเหตุ ในรูปแบบของ Digital Twin สำหรับงานนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น มาร่วมสนับสนุนงานด้านอัตลักษณ์บุคคลและนิติวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ อีกทั้งต่อยอดผลงานวิจัยเดิมที่ได้ร่วมดำเนินงานกันมาก่อนหน้านี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการพิสูจน์หลักฐาน และการเตรียมความพร้อมสู่แพลตฟอร์มข้อมูลด้านอัตลักษณ์บุคคล สำหรับสนับสนุนการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของสถาบันฯ รวมทั้งร่วมกันสร้างเครือข่ายข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมองค์กร และนวัตกรรมการบริการ จากการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ ในระยะต่อไป

ทีมเนคเทค สวทช. มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการพิสูจน์หลักฐานและสร้างความยุติธรรมในการวินิจฉัยคดีให้กับประเทศ และเชื่อมั่นว่าในอนาคตเราจะมีแพลตฟอร์มข้อมูลด้านอัตลักษณ์บุคคลและการตรวจเปรียบเทียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ปฏิบัติงานของสถาบันฯ และเครือข่าย

ทั้งนี้ ภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ผู้บริหารสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ผู้บริหารเนคเทค สวทช. ทีมนักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องของทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านนิติวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงองค์กรทางด้านดิจิทัล (Digital transformation) ด้านนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

]]>
NECTEC ACE – Online Series EP2 | TPMAP: BIG DATA กับการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/nectec-ace-online2.html Wed, 21 Oct 2020 16:34:40 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=4406
nectec-ace-online2

 

ท่ามกลางความท้าทายของการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ ข้อมูลจาก TPMAP ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า ซึ่งปัจจุบันถูกใช้งานแล้ว 73 จังหวัด จะช่วยขจัดและแก้ไขปัญหาความยากจนของคนไทยได้อย่างไร?

มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองไปด้วยกันกับ NECTEC-ACE Online Series EP.2 นี้!
nectec-ace-online2

 

สาระสำคัญของการเสวนา

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งรวมถึงการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (ยุทธศาสตร์ที่ 3) และการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ (ยุทธศาสตร์ที่ 6) ดังนั้นเพื่อการขับเคลื่อนและผลักดันให้ไปสู่เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าว สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) หน่วยงานภายใต้สังกัดของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่มีชื่อระบบว่า Thai People Map and Analytics Platform (TPMAP) โดยมีเป้าหมายให้เป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนเพื่อนำไปสู่นโยบายการปฏิบัติบนหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence Based Policy)

ในช่วงที่ผ่านมา TPMAP ได้มีการนำไปใช้ในการแก้ปัญหาความยากจนแล้วทั่วประเทศถึง 73 จังหวัด ครอบคลุมมิติความยากจนด้านการศึกษา ด้านรายได้ ด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ ด้านสุขภาพ และด้านสภาพที่อยู่อาศัย โดยมีผลการดำเนินงานในเบื้องต้นอย่างน่าสนใจ

ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการนำระบบ TPMAP ไปใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ปัญหาและชี้เป้าผู้ที่ต้องการได้รับการช่วยเหลืออย่างแม่นยำ เปรียบเสมือนทีมพัฒนาจังหวัดฯ สามารถเดินไปเคาะประตูหน้าบ้านผู้ที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานได้แบบ Real Time โดยมุ่งหวังที่จะขจัดและแก้ไขปัญหาความยากจนในทั้ง 5 มิติของคนไทย เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ อย่างไรก็ตามความท้าทายในการใช้งานระบบฯ ยังมีอีกมาก รวมถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

เวทีเสวนาในครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงตัวอย่างความสำเร็จของ “สมุทรสงครามโมเดล” และหน่วยงานสำคัญของชาติที่จะร่วมกันเดินหน้าแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยไปพร้อมกับการพัฒนาระบบ TPMAP ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยต่อไป

หัวข้อการเสวนา

สมุทรสงครามโมเดล กับการแก้ปัญหาความยากจนที่จังหวัดสมุทรสงคราม
โดย นายชรัส บุญณสะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
การน้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์ สู่ โคก หนอง นา โมเดล มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ
โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
ยุทธศาสตร์ชาติสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่
โดย ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ
ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
TPMAP กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่
โดย ดร.สุทธิพงศ์ ธัชยพงษ์
หัวหน้าทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.)

ดำเนินรายการ โดย

ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร
รักษาการรองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.)
พร้อมด้วยคุณ SUTHICHAI AI
ผู้ประกาศข่าวปัญญาประดิษฐ์

ช่องทางรับชม

รับชมพร้อมกัน ! ในวันศุกร์ที่ 6 พฤจิกายน 2563 เวลา 10.00 – 12.00 น.
ผ่าน Live | ถ่ายทอดสด 3 ช่องทาง ดังนี้
]]>
NECTEC-ACE Online Series ประเดิมตอนแรกด้วยประสบการณ์ “การสู้ COVID-19 ด้วยเทคโนโลยี” https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/nectecace-online-ep1.html Thu, 01 Oct 2020 16:49:09 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=17571
nectecace-online-ep1
เรื่อง | วลัยลักษณ์ คงพระจันทร์ และ ปาลิตา อินทรักษ์
ถ่ายภาพ | ตุลลาวัฒน์ หอมสินธ์

สถานการณ์ COVID-19 ทำให้งานประชุมวิชาการประจำปีเนคเทค หรือ NECTEC-ACE พลิกโฉมสู่รูปแบบออนไลน์ ​ประเดิมตอนแรกด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานการณ์และการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ร่วมเหลียวหลัง แลหน้า “การสู้ COVID-19 ด้วยเทคโนโลยี”

ผ่านการสัมมนาในหัวข้อ “เทคโนโลยีเพื่อการเฝ้าระวังสถานการณ์ทางระบาดวิทยาของโรคติดต่ออย่างบูรณาการ” ​

นำโดย นายแพทย์ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดร.อนันต์ลดา โชติมงคล นักวิจัยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ – สวทช. ดร.นัยนา สหเวชชภัณฑ์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยวิทยาการข้อมูลและการวิเคราะห์ เนคเทค-สวทช. และดร.ปรัชญา บุญขวัญ นักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค-สวทช. ร่วมดำเนินรายการ ​

เหลียวหลัง | วิกฤตการระบาดของ COVID-19 และการรับมือที่ผ่านมา

การสัมมนาเริ่มต้นด้วยเรื่องราวจุดเริ่มต้นของวิกฤตการระบาดของ COVID-19 และการรับมือที่ผ่านมาของประเทศไทยในมุมมองของกรมควบคุมโรค และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์สถานการณ์ดังกล่าวของสวทช.

นายแพทย์ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการรับมือการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ไปจนถึงประสิทธิภาพในการตรวจและวินิจฉัยโรค COVID-19 ได้เป็นประเทศแรกในโลก

nectecace-online-ep1

ประเทศไทยได้ถูกจัดอันดับว่ามีความมั่นคงด้านสุขภาพเป็นอันดับ 6 ของโลก เนื่องจากมีการวางรากฐานในการเตรียมความพร้อมการรับมือภัยสุขภาพทางด้านของโรคอุบัติใหม่มากว่า 20 ปี . . . สำหรับการแพร่ระบาดของ COVID – 19 เราสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่าประเทศไทยควบคุมโรคได้อย่างดีเพราะจากการประเมินในช่วงแรกเราคาดว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศมีโอกาสเกิดขึ้นประมาณปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่เกิดขึ้นจริงกลางเดือนมีนาคม

ทั้งนี้นายแพทย์ยงเจือยังได้แนะนำ 5 แพลตฟอร์มทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นเพื่อควบคุมการระบาดของ COVID-19 ได้แก่ DDC Covid-19 สำหรับการรายงานและสอบสวนโรค , DDC-Care ใช้สำหรับติดตามผู้ป่วย ผู้สัมผัส และกลุ่มเสี่ยง, COSTE ใช้ติดตามผู้เดินทางจากต่างประเทศที่กักตัวใน State quarantine, ไทยชนะ ใช้ตรวจสอบประวัติการใช้สถานที่ร่วมกันกับผู้ป่วยยืนยัน และหมอชนะใช้ ตรวจสอบประวัติการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน

สำหรับการใช้งานแอปพลิเคชัน DDC-Care ในการรับมือส่วนของการ Quarantine ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้น

นายแพทย์ยงเจือ กล่าวว่า “การที่จะไปติดตาม สอบสวนโรค ควบคุมโรคกับผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงจริง ๆ เราต้องการใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยลดเวลาในการทำงาน เราจึงไปคุยกับทีมงานสวทช. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้มาสอดรับในเรื่องนี้ ซึ่ง DDC-Care เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่เราใช้ เรามีเทคโนโลยีที่ร่วมกันจัดทำกับพาร์ทเนอร์อื่นอีกหลายส่วน โดย DDC-Care เป็นส่วนหลักที่ทำให้เราสามารถติดตามผู้ป่วยกับผู้สัมผัสได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

nectecace-online-ep1

ดร.อนันต์ลดา โชติมงคล นักวิจัยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ – สวทช. ได้เล่าถึงโจทย์และความท้าทายในการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ DDC-Care โดยมีระยะเวลาพัฒนาอันจำกัดภายใน 2 – 3 สัปดาห์ และต้องสามารถรองรับผู้ใช้งานกว่า 5 แสนคนได้อีกด้วย พร้อมแนะนำการใช้งานแอปพลิเคชัน DDC-Care

“ในแง่ของผู้พัฒนา คือ เราต้องทำระบบให้เร็วและรองรับ scalability ได้ระดับหลายแสนคนจะทำอย่างไรให้รวดเร็ว ส่วนตัวตอนนั้นกังวลเรื่องการแพร่เชื้อว่าเราจะมีกลุ่มเสี่ยงในประเทศถึง 5 แสนคนเลยหรือ แต่เราเข้าใจว่าถ้ามีระบบออกมาได้ทัน ตัวเลขคาดการณ์ worse case scenario ก็คงจะไปไม่ถึง ก็เป็นที่น่าดีใจว่าสุดท้ายแล้ว ตัวเลขการใช้งาน DDC-Care ก็ยังไม่ได้ใกล้เคียงจุดนั้น อาจเป็นเพราะว่าระบบของเรามีความเข้มแข็งหลายๆด้าน” ดร.อนันต์ลดา กล่าว

เช่นเดียวกันกับ DDC – Care แดชบอร์ด ที่จำเป็นต้องพัฒนาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาอันจำกัด ซึ่งเป็นส่วนที่รับข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก DDC-Care แอปพลิเคชัน เพื่อประมวลผลร้อยเรียงข้อมูลและนำเสนอออกมาในรูปแบบของแดชบอร์ดเพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขรวมถึงบุคคลากรทางการแพทย์ใช้บริการจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้อย่างทันท่วงนี้

nectecace-online-ep1

โดย ดร.นัยนา สหเวชชภัณฑ์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยวิทยาการข้อมูลและการวิเคราะห์ เนคเทค-สวทช. ได้เล่าถึงความท้าทายในการพัฒนา DDC – Care แดชบอร์ด ว่า “การได้มาซึ่ง DDC-Care Dashboard เพื่อนำเสนอข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามและประเมินกลุ่มเสี่ยงนั้น เราจะต้องจัดการเรื่อง Security Flexibility และ Scalability โดยเราสามารถดำเนินการได้ภายใน 2 สัปดาห์ เพราะเรามีเทคโนโลยีพร้อมใช้ คือ BigStream ที่ช่วยในการรวบรวม จัดการ จัดเก็บข้อมูล และ IAM ช่วยยืนยันตัวตนและจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล”

nectecace-online-ep1

แลหน้า | เตรียมการรับมือ COVID-19 ในอนาคต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับโรคอุบัติใหม่

ช่วงที่สองของการสัมมนาวิทยากรทั้ง 3 ท่านได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ เกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเตรียมการรับมือ COVID-19 ในอนาคต รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับโรคอุบัติใหม่

สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือ COVID – 19 นั้น นายแพทย์ยงเจือให้ความเห็นว่าในอนาคตต้องมีการวิเคราะห์ระบบงานว่าจุดใดควรนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยสนับสนุนและมีส่วนร่วม โดยประเทศไทยและพันธมิตรหลายภาคส่วนต่างร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้น ที่สำคัญ คือ จะต้องสามารถเชื่อมโยงแอปพลิเคชัน หรือ แพลตฟอร์มเข้าหากันได้ สู่แพลตฟอร์มกลางของประเทศ

“เทคโนโลยีโดยตัวมันเองไม่สามารถป้องกันโรคได้ การป้องกันควบคุมโรคได้อย่างดีต้องอาศัย Frontend operation แต่จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยประเทศไทยมีทั้ง Frontend operation ที่มีประสิทธิภาพ คือ ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาเสริมทัพ” นายแพทย์ยงเจือกล่าว

nectecace-online-ep1

สำหรับการรับมือ COVID-19 ในอนาคตสำหรับแอปพลิเคชัน DDC-Care นั้น ดร.อนันต์ลดา กล่าวว่า “สำหรับ ประสบการณ์ที่ผ่านมา DDC-Care ได้รับการพัฒนาในระยะเวลาอันสั้นก็มีความไม่สมบูรณ์ของระบบในช่วงแรก เราก็ได้ปรับปรุงจากปัญหาที่เราเจอ จุดที่เราขาด อย่างปัจจุบันเราก็กำลังทดสอบเทคโนโลยีเพื่อปิดช่องโหว่ของการติดตามพิกัดกักตัว”

โดยช่องโหว่ดังกล่าว คือ โอกาสที่ผู้ที่ต้องกักตัวจะไม่ได้อยู่ในพิกัดตามที่ส่งจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสวทช.และภาคเอกชนได้พัฒนาริชแบรนด์ NFC ร่วมกับแอปพลิเคชัน DDC-Care เพื่อยืนยันตัวตนได้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างทดสอบทางเทคนิค

nectecace-online-ep1

นอกจากนี้ ดร.นัยนา ยังได้ให้มุมมองเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีการตรวจวัดอุณหภูมิเข้ามาเสริมประสิทธิภาพในการรับมือการระบาดของ COVID -19 ในอนาคตอีกด้วย “ในอนาคตมีโอกาสที่จะนำสมาร์ตเทอร์โมมิเตอร์เข้ามาแจกจ่ายตามครัวเรือน เมื่อมีการตรวจวัดไข้ข้อมูลดังกล่าวสามารถส่งแบบเรียลไทม์สู่ระบบ DDC-Care ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังภาวะที่อุณหภูมิสูง เนื่องจากอุณหภูมิเป็นจุดบ่งชี้หนึ่งของการติดเชื้อ COVID-19 นอกจากนี้เทคโนโลยี มิวเทอร์ม-เฟสเซนซ์” (μTherm-FaceSense) เครื่องวัดอุณหภูมิอัจฉริยะ ผนวกระบบตรวจจับใบหน้าบุคคลอัตโนมัติ (Face detection) ตรวจวัดได้หลายคนพร้อมกัน โดยเนคเทค – สวทช. ถ้าในอนาคตสามารถส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์สู่ระบบได้ก็จะทำให้การเฝ้าระวังโรคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

nectecace-online-ep1

สำหรับการประยุกต์ใช้ DDC-Care กับโรคอุบัติใหม่นั้น นายแพทย์ยงเจือ กล่าวอย่างมั่นใจว่า DDC-Care ไม่ใช่ระบบที่ใช้สำหรับ COVID-19 เพียงเท่านั้น พร้อมอธิบาย 3 ฟังก์ชันใน DDC-Care ที่สามารถประยุกต์ใช้กับโรคอุบัติใหม่ได้

“ระบบและการใช้งาน DDC-Care นั้นสอดรับกับโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำทุกโรคอยู่แล้ว โดย 3 ฟังก์ชันหลัก คือ การดูพิกัดว่ากลุ่มเสี่ยงอยู่ในสถานที่กักตัวหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าโรคติดต่อใดเราก็ต้องการรู้พิกัดของกลุ่มเสี่ยง ฟังก์ชันถัดมา คือการ tracking ไม่ว่าจะเป็นโรคไหน เราจำเป็นต้องทราบพื้นที่ที่กลุ่มเสี่ยงอาจมีโอกาสไปแพร่เชื้อ ฟังก์ชันสุดท้าย คือ การรายงานสุขภาพ โดยอาจจะต้องดัดแปลงให้เหมาะสมกับโรคนั้น ๆ ดังนั้น 3 ฟังก์ชันของ DDC-Care พร้อมใช้กับทุกโรคอยู่แล้ว”

สอดคล้องกับความเห็นของดร.อนันต์ลดาที่ว่า DCC-Care ได้รับการออกแบบให้พร้อมรับมือกับโรคติดต่อ หรือ โรคระบาดอื่น ๆ อยู่แล้ว “เรามอง DDC-Care ในระยะยาวตั้งแต่เรื่องชื่อแอปพลิเคชัน โดยตั้งให้เป็นกลาง ๆ คือ ชื่อของกรมควบคุมโรค โดยฟังก์ชันอื่น ๆ เช่น จำนวนวันที่ต้องกักตัว ก็สามารถปรับให้เหมาะสมได้ หรือ หากมีคำถามสุขภาพใหม่ ๆ ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้”

นอกจากนี้ ดร.นัยนา ยังได้นำเสนอร่างแพลตฟอร์มการเฝ้าระวังสถานการณ์ทางระบาดวิทยาของโรคติดต่ออย่างบูรณาการสำหรับการประยุกต์ใช้กับโรคอุบัติใหม่ ดังนี้

“แพลตฟอร์มนี้จะถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีการวางกรอบ หรือ ขอบเขตการทำงานทางด้านระบาดวิทยาอย่างคร่าว ๆ และสนับสนุนให้มีการพัฒนาต่อยอดได้ ประกอบไปด้วย การรับข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เข้าสู่แพลตฟอร์ม (Data Ingestion Agent) การเก็บข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Data lake) การจัดการคุณภาพของข้อมูล (Data Management) และมาตรฐานต่าง ๆ (Standards) เช่น การควบคุมโรค ข้อมูลส่วนบุคคล การวินิจฉัย การสอบสวนโรค เป็นต้น นำไปสู่โอกาสที่จะทำข้อมูลจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ มาบูรณาการใช้งานร่วมกันได้ และการวิเคราะห์ หรือ นำไปสู่การจัดทำข้อมูลเปิดสาธารณะ (Open Data) เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป”

ในโอกาสนี้ เนคเทค-สวทช.ได้แนะนำพิธีกรคนพิเศษ “คุณกิตติ สิงหาปัด” ในรูปแบบนักข่าวปัญญาประดิษฐ์ Text to Speech ที่สามารถแปลงข้อความเป็นเสียงพูดโดยเรียนรู้จากข้อมูลเสียงของคุณกิตติตัวจริง ผลงานวิจัยล่าสุดจากกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค-สวทช. ที่มาร่วมดำเนินรายการ พร้อมซักถามประเด็นที่น่าสนใจร่วมกับวิทยากรอีกด้วย ​

NECTEC-ACE Online Series ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ . . . สำหรับตอนต่อไปจะเป็นประเด็นใด ?
👉 ติดตามพร้อมกันเร็ว ๆ นี้ ! ทาง Facebook NECTEC NSTDA​

บทความที่เกี่ยวข้อง

]]>
ทีมวิจัยคลังอนุพันธ์ความรู้ (KEA) https://www.nectec.or.th/research/research-unit/dsarg-kea.html Mon, 29 Jul 2019 08:12:07 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=18900 Read more]]>

 เทคโนโลยีสำคัญที่มีผลต่อความก้าวหน้าของประเทศอย่างหนึ่งก็คือเทคโนโลยีการคาดการณ์อนาคตที่จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีด้านการประมวลผลข้อมูล ซึ่งจำเป็นที่ต้องใช้ข้อมูลปริมาณมากและมีความถูกต้องสูง ประเทศไทยเองมีข้อมูลที่ได้จากภาครัฐและแหล่งสาธารณะมีปริมาณไม่น้อย แต่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยและมีความถูกต้องพร้อมใช้งาน โดยเฉพาะข้อมูลด้านพื้นที่ (GeoSpatial) และข้อมูลด้านเครือข่าย (Social Network)

นอกจากนี้เทคโนโลยีด้าน cloud ก็มีส่วนอย่างมากที่ช่วยสนับสนุนและรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลโดยเฉพาะในกรณีที่ขาดแคลนบุคลากรผู้ดูแลระบบและทรัพยากรเครื่อง server ทำให้การใช้งานมีประสิทธิภาพ คุ้มการลงทุนและมีความน่าเชื่อถือสูง ระบบการจัดการข้อมูล ประมวลผลข้อมูลและการเรียนรู้จากข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์บน Cloud จึงเป็นนวัตกรรมที่ทันสมัยและส่งผลต่อความก้าวหน้าและความยั่งยืนของประเทศ

ปัญหาต่างๆเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีทีมวิจัยที่จะมาจัดการชั้นข้อมูลปริมาณมหาศาล ให้พร้อมใช้งาน ทีมวิจัยคลังอนุพันธ์ความรู้ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของข้อมูลในมิติต่างๆ จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีและแอปพิเคชั่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองต่อความจำเป็นและความต้องการของประเทศในการกำหนดแนวทางและนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ พร้อมทั้งรองรับการเข้าใช้งานจากบุคคลทั่วไปและสามารถขยายผลไปถึงความต้องการของภาคเอกชนได้

วิสัยทัศน์

เป็นทีมวิจัยด้านการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ชั้นนำของประเทศ โดยเน้นด้านการวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ล่วงหน้าที่ให้ผลดีที่สุด เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆในด้านอาหารและการเกษตร การแพทย์ และความมั่นคงเป็นต้น

พันธกิจ

  1. วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยด้านวิทยาการข้อมูล (Data Science) เช่นการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Mining, Statistical Inference) และการแสดงผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Visual Analytics)
  2. สร้างความเป็นเลิศทางวิชาการตามความต้องการของประเทศ

เทคโนโลยีหลัก

  • แบบจำลองการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร ด้วยวิธีการทาง Spatio-Temporal Data Analysis and Machine Learning
  • Earth Observation Data Processing and Applications
  • GIS Map Analysis & Visualization
  • Graph Network Analysis & Visualization

ผลงานเด่น

  • Agri-Map by What2Grow: ระบบซอฟต์แวร์ช่วยแนะนำพืชทดแทนที่ดีกว่าในพื้นที่เพาะปลูกที่ไม่เหมาะสม ด้วยความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถเรียกใช้งานได้จากทั้งเวอร์ชั่น Online ( https://agri-map-online.moac.go.th ) และ Mobile (iOS & Android)
  • What2Grow: เทคโนโลยีบน Cloud ที่รองรับการแสดงผลข้อมูลเชิงแผนที่ ที่รองรับการแสดงผลข้อมูลเชิงแผนที่ขนาดใหญ่และมีปริมาณชั้นข้อมูลมาก เช่นด้านการเกษตรเช่นการใช้ที่ดิน ความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อแนะนำพืชเพาะปลูกที่เหมาะสมกับพื้นที่
  • IDA: Intelligence Data Link Analysis ระบบซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูลความมั่นคง ที่แสดงถึงกิจกรรมเชิงเครือข่ายของผู้กระทำความผิดและความสัมพันธ์กับผู้ที่เกี่ยวข้อง สถานที่ และวัตถุพยานต่างๆ

บุคลากรและความเชี่ยวชาญ

  1. ดร. นพดล คีรีเพ็ชร (นักวิจัยอาวุโส): Graph Mining, AI & Geospatial Modeling, Earth  Observation Data Analytics
  2. จุฑารัตน์ คีรีเพ็ชร (นักวิจัยอาวุโส) : Datamining, Data & Workflow analytics, Cloud engineering
  3. วงษ์นเรศ ขันธุวาร (ผู้ช่วยนักวิจัยอาวุโส): Senior fullstack developer, Remote sensing Analyst
  4. สรวัตร ประภานิติเสถียร (ผู้ช่วยนักวิจัย): Web Map Design, Cloud Engineer
  5. นายชัยสิทธิ์ ตันโชติศรีนนท์ (ผู้ช่วยนักวิจัย): Data engineer, Cloud infrastructure engineer 
  6. นางสาวอภิสรา บุตรพา (ผู้ช่วยนักวิจัย): UX-UI and graphics designer, GIS Data preparation and processing
  7. นายนันทิพัฒน์ กุลศิโรรัตน์ (ผู้ช่วยนักวิจัย): Full stack developer
  8. นายชานน บุญกังวาน (ผู้ช่วยนักวิจัย): Mathematical & Optimization Modelling

ติดต่อ

ทีมวิจัยคลังอนุพันธ์ความรู้ (KEA)
กลุ่มวิจัยวิทยาการข้อมูลและการวิเคราะห์ (DSARG)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
email : kea@nectec.or.th

]]>
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) https://www.nectec.or.th/research/research-unit/dsarg-sai.html Sat, 02 Mar 2019 02:05:58 +0000 https://www.nectec.or.th/?p=18907 Read more]]>

ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ต่างให้ความสำคัญในการใช้ประโยชน์จากข้อมูล มาช่วยในการตัดสินใจมากขึ้น แต่ติดปัญหาหลัก 3 ข้อ ได้แก่ (1) ส่วนใหญ่ยังมีการดำเนินงานแบบเฉพาะกิจ (ad hoc) (2) ไม่มี Platform กลางในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และ (3) ขาดศูนย์กลางที่บุคลากรด้านการวิเคราะห์ข้อมูลมาร่วมกันตอบโจทย์ประเทศ

ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI) จึงได้ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทั้ง 3 ข้อนี้ โดยทีม SAI มีความเชี่ยวชาญในการสร้างคุณค่าจากข้อมูล ผ่านกระบวนการ

  1. Data Engineering และ Data Integration การบูรณาการข้อมูล และการบริหารจัดการข้อมูล อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. Data Visualization ความสามารถในการนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย
  3. Data Analytics การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาองค์ความรู้และคุณค่าที่ถูกซ่อนไว้ในข้อมูล (insights) เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์สูงสุดจากข้อมูล
  4. Data Sharing and Open Data การเปิดเผยข้อมูล และการแบ่งปันข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล

วิสัยทัศน์

เพื่อเป็น Data Scientists ให้ประเทศ

พันธกิจ

  • Critical data product prototyping. พัฒนาวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ทั้งของ ภาครัฐและเอกชน
  • Co-creation. ให้คำปรึกษา หรือร่วมวิจัยและพัฒนากับหน่วยงานต่าง ๆ ในการบูรณาการและวิเคราะห์ ข้อมูลในหน่วยงานหรือข้ามกลุ่มหน่วยงานของตน
  • Tools & Platforms development. วิจัย พัฒนา และให้คำแนะนำเครื่องมือและโครงสร้าง พื้นฐาน เพื่อบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูล
  • Data scientist incubator. พัฒนาบุคลากรด้าน data science ให้กับประเทศ

เทคโนโลยีหลัก

  • Data Engineering and Data Integration
  • Data Analytics
  • Data Visualization
  • Data Governance
  • Semantic and knowledge graph technology

ผลงานเด่น

  • ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP) ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ URL : https://www.tpmap.in.th/
  • เทคโนโลยีแพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับข้อมูลแบบเปิด (Open-D) URL :  https://www.nectec.or.th/opend/
  • ระบบรายงานการติดตามและประเมินผลของยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ (eMENSCR) ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ URL :  https://emenscr.nesdc.go.th/
  • ระบบ THAI SME-GP มาตรการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงบริการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) URL : https://www.thaismegp.com/  
  • ระบบบัญชีข้อมูลกลางภาครัฐ (Government Data Catalog) และระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงาน (Agency Data Catalog) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ URL : https://gdcatalog.go.th
  • แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ URL :  https://mso-logbook.m-society.go.th/
  • ต้นแบบการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะจากฐานข้อมูลทะเบียน ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ (Register-based Census)
  • ระบบสารสนเทศเพื่อการส่งต่อผู้ป่วย (e-Referral) ใช้งานในทุกโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร (11 รพ.) ศูนย์บริการสุขภาพ กทม (69 แห่ง) และคลินิกอบอุ่น
  • ระบบสารสนเทศเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลบริการสาธารณสุขการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  • แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลสาธารณสุข (Health Data Exchange)
  • สายวัด (SAIWAT) โปรแกรมวัดขนาดอาหารสัตว์น้ำ ใช้ในงานตรวจสอบขนาดอาหารสัตว์ ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์น้ำ URL : https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-software/saiwat.html
  • โครงการศึกษาและส่งเสริมการจัดทำมาตรฐานการพัฒนา
  • โปรแกรมประยุกต์ผ่าน โทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับกลุ่มเปราะบาง ปี 2567 ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
  • ฟาร์มลิงก์ (FAARMLink) ระบบบูรณาการข้อมูลขึ้นทะเบียนเกษตรกร ร่วมกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์
  • ระบบโมเดลทำนายภาษีระดับประเทศ ร่วมกับ กรมสรรพากร
Cinque Terre

TPMAP : Thai People Map and Analytics Platform

รางวัล

บุคลากรและความเชี่ยวชาญ

  1. ดร.มารุต บูรณรัช : Data Governance, Semantic Technology, Knowledge Engineering
  2. ดร.อานนท์ แปลงประสพโชค : Social Network Analysis, Financial Data Analytics, Data Engineering, Data Science
  3. ดร.นวพร สุรัสวดี มฤคทัต : Government Data Analytics, Data Science, Visual Analytics, Operations Management, Management Science
  4. ดร.ชัยณรงค์ อมรบัญชรเวช : Statistics, Data Science, Time Series Analysis, Data Mining, Theoretical Computer Science, Bioinformatics, Strategic Management
  5. ดร.ณัฐพงษ์ แสงเลิศศิลปชัย : Textual Data Analytics, Natural Language Processing (NLP) Application, Data Science, Data Visualization
  6.  ดร.ปวรัตน์ นนทศิลป์ : Cognitive Science, Behavioural and Emotional Analytic
  7. ดร.ปัฐมา กระต่ายทอง : Data Integration, Knowledge Graph, Data Analytics, Data Engineering
  8. นางสาวนิธิภัทร ว่องชิงชัย : Requirement Engineering, Data engineering and data integration, Object-oriented analysis and design, Database Design
  9. นายวิศิษฎ์ วงศ์วิไล : SW Architecture, Data Integration and Exchange, BI, SW Development, Digital Healthcare, HL7 FHIR
  10. นางสาวรุ่งกานต์ ศิริเจริญไชย: Image Processing, Computer Vision, Data Processing
  11. นายปฏิพัทธ์ ตุ้มสังข์ทอง : Software Engineering, Data Governance, Data Engineering
  12. นายวีระชัย จันทร์สุด : Software Engineer, Data Engineering, Spatial science
  13. นายรัฐภูมิ นิราศวรรณ : Infrastructure Engineer, Data Engineer, Microservice Architecture, Kubernetes Architecture, LINE Front-end Framework (LIFF), OAuth2.0
  14. นายปรเมษฐ์ ธันวานนท์ : Government Data and Integration Architect, Government Procurement Data Anlytics, Financial Data Analytics, Data Science, Data Analytics
  15. นางสาวอสมาภรณ์ ฉัตรัตติกรณ์ : Software Business Analyst, Visual Design, Data Engineer: Pandas, FastAPI, PostgreSQL
  16. นายชัยภูมิ ศิริพันธ์พรชนะ : Deep learning, Spatial science, Data Engineer
  17. นางสาวปัญจพร ฉัตรสุวรรณ: Realist Analysis, Strategic Foresight, Thematic Analytics, Content Strategic Analytics
  18. นายธีระวัฒน์ วุฒิตะสาร : Full-stack Web Development, Development Operations (DevOps)
  19. นางสาวศรัณย์รักษ์ จันทร์ประดับ : Open-source Full-stack Web Development
  20. นางสาวธนาวรรธน์ พรหมมา : Strategic Business Analysis, Thematic Analytics, Content Strategic Analytics, Process Design, UX/UI Design, Infographic Design
  21. นางสาวกิตติยา กู้เกียรติกูล : Data Mining, Statistics, Data Engineering
  22. นางสาวจุฑามาศ ณ ลำปาง : Infographic Design, Process Design, Thematic Analytics, Content Strategic Analytics, Coordination Technique
  23. นางสาวปรียนันท์ อัศวมงคลศิริ : Thematic Analytics, Content Strategic Analytics, Coordination Technique
  24. นายธนเดช รัตนกรพันธ์ : Data Science, Time Series Analysis, Full-stack Web Development,  UX/UI Design, Chemistry.

ติดต่อ

ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SAI)
กลุ่มวิจัยวิทยาการข้อมูลและการวิเคราะห์ (DSARG)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
อีเมล : dsarg-sai[at]nectec.or.th

]]>